เทคนิคการรักษาของเรา

เทคนิคการรักษาที่หลากหลาย เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาแบบองค์รวม

Visceral Manipulation (VM)
1

Visceral Manipulation (VM)

เทคนิคการลดความตึงตัวของอวัยวะภายในร่างกาย

คือเทคนิคการรักษาด้วยมือ (manual therapy) ที่เน้นการสัมผัสและขยับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (fascia) รอบ ๆ อวัยวะภายใน (viscera) ให้เคลื่อนไหว เช่น ตับ กระเพาะอาหาร ลำไส้ เป็นต้น

จุดประสงค์เพื่อปรับสมดุลของร่างกาย ลดความตึงของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (fascia) ส่งผลให้อาการปวดลดลง และผลพลอยได้อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบประสาทอัตโนมัติ

👤 ผู้พัฒนาเทคนิค: ผู้พัฒนาเทคนิคนี้คือ Jean-Pierre Barral นักกายภาพบำบัดและ osteopath ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเชื่อว่าอวัยวะภายในสามารถเคลื่อนไหวได้เล็กน้อยตามธรรมชาติ และความผิดปกติในการเคลื่อนไหวนั้นอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บปวดหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้

🖐 วิธีการรักษา

นักกายภาพบำบัดจะประเมินการเคลื่อนไหวของอวัยวะ แรงตึงของเนื้อเยื่อรอบ ๆ อวัยวะ ตรวจหาจุดที่ผิดปกติ เทคนิคจะใช้การสัมผัสเบา ไม่เจ็บ ค่อย ๆ ขยับอวัยวะที่ตรวจแล้วว่าสัมพันธ์กับอาการ หลังรักษาผู้ป่วยไม่ควรมีอาการเจ็บหรือร้าวเพิ่มเติม

💥 เหมาะกับ

  • อาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดสะโพก ที่มีอาการร่วมกับระบบอื่น เช่น ปวดหลังร่วมกับปวดท้องประจำเดือน
  • อาการหลังการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ แผลผ่าตัดเก่าที่ทำให้เนื้อเยื่อยึดรั้ง (adhesion) หรือแน่น/เจ็บจากพังผืดหลังผ่าตัดช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน
  • อาการที่เกี่ยวกับระบบอื่น เช่น หายใจลำบากจากความตึงของทรวงอก หรือแน่นท้องจากการเกร็งของกระเพาะอาหาร

⚠️ ข้อควรระวัง / ไม่เหมาะกับ

  • มีการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • มีเนื้องอก หรือภาวะทางอวัยวะภายในที่ยังไม่ได้วินิจฉัยชัดเจน
  • หญิงตั้งครรภ์ในระยะเสี่ยง (ต้องประเมินเป็นรายบุคคล)
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ควรรับการรักษาจากนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการอบรม Visceral Manipulation มาเรียบร้อยแล้ว

🔗 อ่านเพิ่มเติม
Lymphatic Drainage Therapy (LDT)
2

Lymphatic Drainage Therapy (LDT)

เทคนิคการระบายน้ำเหลือง เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น

คือเทคนิคการระบายน้ำเหลืองด้วยมือ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองในร่างกาย ช่วยขับของเสีย สารพิษ และของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านระบบน้ำเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน

เป็นเทคนิคเบา ผู้ป่วยจะรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับง่ายขึ้น

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • ลดอาการบวมน้ำ หรือบวมหลังการผ่าตัด
  • ช่วยดีท็อกซ์ของเสียจากร่างกาย
  • เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • บรรเทาอาการของโรคทางระบบน้ำเหลือง เช่น Lymphedema (ภาวะบวมน้ำเหลือง)
  • ผ่อนคลาย ลดความเครียด และช่วยให้หลับสบาย

💥 เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีอาการบวมน้ำเรื้อรัง
  • ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด (โดยเฉพาะศัลยกรรมความงาม)
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพผิวหรือดีท็อกซ์ร่างกาย
  • ผู้ที่รู้สึกตึง แน่นตามร่างกาย เช่น บวมขา เท้า หลังเดินนาน ๆ
🔗 อ่านเพิ่มเติม
Anatomy Trains
3

Anatomy Trains

การรักษาตามหลักทางสรีรศาสตร์ของมนุษย์

เป็นแนวคิดทางกายวิภาคศาสตร์ที่พัฒนาโดย Thomas W. Myers ได้นำเสนอการเชื่อมโยงของกล้ามเนื้อและพังผืด (fascia)

แนวคิดนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการเคลื่อนไหว ท่าทาง และอาการปวดต่าง ๆ อาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณที่เจ็บปวดเท่านั้น แต่อาจเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของโครงสร้างร่างกายทั้งหมด ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

👤 ผู้พัฒนาเทคนิค: พัฒนาโดย Thomas W. Myers

🔹 วิธีการ/ ขั้นตอน

  • Superficial Back Line (SBL)
  • Superficial Front Line (SFL)
  • Lateral Line (LL)
  • Spiral Line (SPL)
  • Deep Front Line (DFL)
  • Arm Lines
  • Functional Lines

💥 เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีอาการตึง ยึดตัวไม่เท่ากันซ้าย-ขวา
  • ผู้ที่มีอาการจากความไม่สมดุลของโครงสร้างร่างกาย เช่น สะโพกบิด หลังค่อม ศีรษะยื่นมาด้านหน้า
  • นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

เทคนิคนี้ช่วยให้มองภาพการรักษาได้กว้างขึ้น ว่าอาการปวดเรื้อรังอาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณที่มีอาการ แต่อาจเกิดจากกล้ามเนื้อที่อยู่ไกลกว่านั้นตามการเชื่อมโยงของกล้ามเนื้อ

🔗 อ่านเพิ่มเติม
Craniosacral Therapy (CST)
4

Craniosacral Therapy (CST)

เทคนิคการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำไขสันหลัง

เป็นเทคนิคที่คิดค้นโดย John E. Upledger บำบัดโดยการใช้มือสัมผัสเบา (มักใช้แรงน้อยกว่า 5 กรัม) เพื่อประเมินและปรับสมดุลการเคลื่อนไหวของของเหลวและเนื้อเยื่อในระบบ craniosacral ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กะโหลกศีรษะถึงกระดูกก้นกบ

หลักการพื้นฐาน: ในร่างกายจะมี "craniosacral rhythm" เป็นการเคลื่อนไหวของเหลวภายในเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง ไม่สัมพันธ์กับจังหวะการหายใจ นักกายภาพบำบัดจะฟังผ่านการสัมผัสถึง rhythm นั้น แล้วค่อย ๆ ปรับให้ rhythm เข้าสู่จุดสมดุล

👤 ผู้พัฒนาเทคนิค: คิดค้นโดย John E. Upledger

💥 เหมาะกับ

  • ปวดหัว ไมเกรน
  • อาการเครียด วิตกกังวล
  • ปวดคอ ปวดหลัง
  • ภาวะนอนไม่หลับ
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท หรือโครงสร้างกล้ามเนื้อ

ความผิดปกติหรือการตึงตัวของเนื้อเยื่อ สามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสุขภาพโดยรวมได้ การปรับสมดุลด้วยการสัมผัสเบา ก็สามารถช่วยให้ร่างกายกลับสู่ภาวะสมดุลและฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง

Joint Mobilization
5

Joint Mobilization

เทคนิคที่มีการขยับเคลื่อนโดยตรงที่ข้อต่อ ลดปวด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อ

เป็นเทคนิคการรักษาโดยใช้มือขยับข้อต่อที่ติดขัด เคลื่อนไหวผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บปวด ให้กลับมาขยับได้และเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น เมื่อเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น อาการเจ็บปวดก็จะลดลง

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • ช่วยลดอาการปวด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
  • เพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และการไหลเวียนเลือด-น้ำเหลืองบริเวณข้อต่อ ทำให้ช่วยลดอาการอักเสบ

💥 เหมาะกับ

  • อาการปวดหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ข้อต่อยึดติด
  • ข้อต่อเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น ไม่สามารถยกแขนได้สุด
  • ฟื้นฟูหลังบาดเจ็บ เช่น หลังข้อเท้าแพลง หลังผ่าตัดกระดูกหัก
  • ช่วยลดอาการชา ปวดร้าว การกดทับเส้นประสาท จากกระดูกสันหลัง
LDT for Chronic Fatigue, Fibromyalgia, MS & Neuroinflammation (LCFS-FM)
6

LDT for Chronic Fatigue, Fibromyalgia, MS & Neuroinflammation (LCFS-FM)

เทคนิคลดอาการล้าเรื้อรัง

เป็นเทคนิคระบายน้ำเหลือง โดย Dr. Bruno Chikly สำหรับภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง โรค MS (โรคปลอกประสาทอักเสบในระบบประสาทส่วนกลาง) และกลุ่มอาการอักเสบเรื้อรังของระบบประสาท

โรคและกลุ่มอาการเหล่านี้จะมีอาการคล้าย ๆ กัน คือ มีเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางและส่วนเปลือกสมองน้อยลง การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ และมีระบบน้ำเหลืองไหลเวียนผิดปกติ

เป็นเทคนิคในการตรวจประเมินและการรักษาในตำแหน่งเฉพาะเจาะจง ได้แก่ หัวใจ ตับ อ่อน ตับ กระเพาะอาหาร รวมถึงเทคนิคที่ทำบริเวณศีรษะและสมองด้วย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ลดการอักเสบ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับได้สบาย

👤 ผู้พัฒนาเทคนิค: พัฒนาโดย Dr. Bruno Chikly

💥 เหมาะกับ

  • การติดเชื้อ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต
  • สารพิษ มลพิษ สารเคมี โลหะหนัก
  • วัคซีน
  • ฮอร์โมน
  • โรคซึมเศร้า
  • ภูมิแพ้
  • อนุมูลอิสระ
🔗 อ่านเพิ่มเติม
Dynamic Neuromuscular Stabilization (DNS)
7

Dynamic Neuromuscular Stabilization (DNS)

การรักษาด้วยการออกกำลังกายที่เน้นการควบคุมการเคลื่อนไหวแกนกลางลำตัว ตามพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก

เป็นการรักษาด้วยการออกกำลังกายที่เน้น "การควบคุมการเคลื่อนไหว ผ่านระบบประสาทและกล้ามเนื้อ"

โดยใช้ "พัฒนาการของเด็ก" (เช่น การคลาน การนอน การพลิกตัว) เป็นพื้นฐานในการฟื้นความสามารถของร่างกายในการควบคุมท่าทาง และการเคลื่อนไหวอย่างเป็นปกติ

🔹 วิธีการ/ ขั้นตอน

  • ฝึกการหายใจ และควบคุมแกนกลางลำตัว (Core)
  • ฝึกท่าทางโดยเลียนแบบตามพัฒนาการของเด็กช่วงอายุ 3-12 เดือน
  • เน้นทรงท่าให้ถูกต้อง มากกว่าการออกแรง
  • เน้นคุณภาพของการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ปริมาณ

💥 เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง
  • ผู้ที่มี postural imbalance (เช่น นั่งหลังค่อม)
  • นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกาย ต้องการควบคุมการเคลื่อนไหวให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ
  • กระดูกสันหลังคด
Strain Counterstrain (SCS)
8

Strain Counterstrain (SCS)

เทคนิค manual therapy ที่ใช้เพื่อลดอาการปวดและการเกร็งของกล้ามเนื้อ ด้วยการจัดท่า

Strain Counterstrain (SCS) เป็นเทคนิค manual therapy ที่ใช้เพื่อลดอาการปวดและการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยใช้การจัดท่าที่ทำให้เนื้อเยื่ออยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายที่สุด

🔹 วิธีการ/ ขั้นตอน

  • 1. ค้นหา Tender pointจุดที่กดแล้วเจ็บที่สุด
  • 2. จัดท่าผ่อนคลาย (Position of ease)ปรับตำแหน่งให้เจ็บลดลง ≥ 70% (จัดท่า หรือใช้มือจับเอ็น/กล้ามเนื้อให้เข้าหากัน เพื่อลดการกระตุ้นการหดตัว)
  • 3. ค้างท่าไว้ประมาณ 90 วินาทีเพื่อให้เกิด reflex inhibition ยับยั้งกลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ทำให้ปวด
  • 4. คลายจากท่านั้นช้า ๆเพื่อไม่กระตุ้นการหดเกร็งตัวอีกครั้ง
  • 5. ตรวจซ้ำหากได้ผล ร่างกายจะรู้สึกเกร็งลดลง ความเจ็บปวดจะลดลง

เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการการบำบัดที่อ่อนโยนและปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว หรือมีภาวะที่ไม่สามารถรับการรักษาแบบรุนแรงได้

Nerve Mobilization (Neurodynamic Technique)
9

Nerve Mobilization (Neurodynamic Technique)

ช่วยเส้นประสาทให้เคลื่อนไหวได้ ลดการกดรั้ง ปรับการทำงานของระบบประสาทส่วนปลาย

หน้าที่ของเส้นประสาทหลัก ๆ คือ การนำส่งข้อมูลระหว่างสมองและไขสันหลัง (ระบบประสาทส่วนกลาง) กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (ระบบประสาทส่วนปลาย) เปรียบเสมือนสายเคเบิลที่เชื่อมต่อระบบประสาทส่วนกลางกับส่วนปลาย เพื่อรับความรู้สึกและส่งคำสั่งการทำงาน

Nerve Mobilization (Neurodynamic Technique) เป็นเทคนิคกายภาพบำบัดที่ช่วยให้เส้นประสาทเคลื่อนไหวได้ ลดการกดรั้ง และปรับการทำงานของระบบประสาทส่วนปลายและเนื้อเยื่อรอบ ๆ

เทคนิคหลัก: Sliding / Gliding → ขยับเส้นประสาทไป-มา โดยเปลี่ยนความยาวที่ปลายด้านหนึ่ง แต่ปลายอีกด้านผ่อนคลาย

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • ช่วยให้เส้นประสาทเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและลดสารก่อการอักเสบ
  • ลดความไวของตัวรับความเจ็บปวด
  • จัดตำแหน่งให้เหมาะสม ช่วยลดแรงตึงที่มากเกินไป ทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อรอบ ๆ เคลื่อนไหวดีขึ้น

💥 เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีอาการชามือ Carpal Tunnel Syndrome
  • Peroneal, Median, Radial nerve entrapments มีอาการเมื่อยแขน ไหล่ จากการดึงรั้งของเส้นประสาทในแขน
  • ผู้ที่มีอาการเมื่อยหลัง เนื่องจากเคยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมาก่อน
  • มีอาการชา เมื่อย หลังผ่าตัด
McKenzie Exercise
10

McKenzie Exercise

ตรวจ วินิจฉัย และรักษาอาการปวดจากกระดูกสันหลังและข้อต่อส่วนปลายด้วยการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ

คิดค้นโดย Robin McKenzie นักกายภาพบำบัดชาวนิวซีแลนด์ เป็นเทคนิคกายภาพบำบัดที่เน้นการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดจากกระดูกสันหลังและข้อต่อส่วนปลาย โดยใช้การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และการจัดท่าทางที่เหมาะสม เพื่อลดอาการปวดและฟื้นฟูการทำงานของข้อ

หากตรวจวินิจฉัยพบว่าท่าไหนทำให้อาการปวดร้าวลดลง สั้นลง เช่น จากที่ปวดร้าวลงไปถึงเข่า เมื่อออกในท่าที่จัดให้ซ้ำ ๆ แล้วอาการลดลง ร้าวระยะทางสั้นลงไม่ถึงเข่า มักจะใช้ท่านั้นเป็นท่ารักษาหลัก

🔹 วิธีการ/ ขั้นตอน

  • Extension Exercisesนอนคว่ำแล้วยันตัวขึ้น ใช้บ่อยในกรณีปวดหลังที่มีการยื่นของหมอนรองกระดูก
  • Flexion Exercisesนอนหงายแล้วดึงเข่าเข้าหาหน้าอก ใช้ยืดกล้ามเนื้อหลัง หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะ spinal stenosis
  • Lateral Shift Correctionการดันตัวไปด้านข้าง สำหรับผู้ที่ตัวเอียงจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน
Mulligan's Technique (MWM)
11

Mulligan's Technique (MWM)

Mobilization with Movement (MWM) — ขยับข้อต่อพร้อมการเคลื่อนไหว

เป็นเทคนิคกายภาพบำบัดที่ Brian Mulligan นักกายภาพบำบัดชาวนิวซีแลนด์ คิดค้นขึ้นในช่วงปี 1980s

หลักการของเทคนิค: เป็นการเคลื่อนไหวข้อต่อ (mobilization) พร้อมกับให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหว (active movement) ไปด้วยกัน ใช้เพื่อแก้ไขการขยับที่ผิดปกติของข้อต่อ ที่ทำให้เกิดอาการปวด หรือจำกัดการเคลื่อนไหว

เทคนิคนี้หากทำถูกต้อง ข้อต่อนั้น ๆ จะขยับได้ อาการปวดลดลง และการเคลื่อนไหวจะดีขึ้นจากเดิม

💥 เหมาะกับ

  • ข้อไหล่ติด
  • ข้อต่อต่าง ๆ ติด หลังผ่าตัด หรือหลังอุบัติเหตุ (กระดูกเชื่อมกันสนิทแล้ว)
  • ปวดเรื้อรังจากการใช้งานซ้ำ ๆ
  • ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง จากท่านั่งหลังค่อม
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
Therapeutic Ultrasound
12

Therapeutic Ultrasound

การรักษาด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

คลื่นอัลตราซาวด์ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ดูช่องท้อง ตรวจครรภ์ แต่คลื่นนี้ก็สามารถใช้ในการรักษาทางกายภาพบำบัดได้ด้วย

การรักษาด้วยเครื่องอัลตราซาวด์สำหรับกายภาพบำบัด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

ในบางครั้ง กล้ามเนื้อไม่พร้อมที่จะถูกกดโดยตรง หรืออักเสบมากจนไม่สามารถขยับได้ มีอาการบวม การใช้คลื่นอัลตราซาวด์สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต โดยไม่ต้องใช้การรักษาผ่านมือ การกระตุ้นนั้นจะช่วยทำให้สารเคมีที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่าง ๆ ออกจากบริเวณที่บาดเจ็บ ทำให้การอักเสบนั้นบรรเทาลง

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • ลดอาการปวดและการอักเสบ
  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • ช่วยในการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
  • ลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ
Electrical Stimulation (ES)
13

Electrical Stimulation (ES)

การรักษาโดยการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ร่างกายจะเคลื่อนไหวได้ ล้วนมาจากการส่งกระแสประสาทผ่านทางเส้นประสาทลงมาควบคุมกล้ามเนื้อเพื่อให้เราเคลื่อนไหวได้ รวมทั้งยังรับความรู้สึกผ่านทางผิวหนัง ไปทางเส้นประสาท แปลผลที่สมอง ทำให้เรารับความรู้สึก เจ็บปวด ร้อน เย็น หรือการสัมผัส

การใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation) ในการรักษาทางกายภาพบำบัด คือการกระตุ้นกล้ามเนื้อโดยใช้กระแสไฟผ่านทางผิวหนัง ไปเราเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณนั้น ๆ ซึ่งมีกระแสไฟฟ้าหลายแบบ ขึ้นกับการปรับความถี่ ความเข้ม และขนาดของขั้วไฟฟ้า

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • บรรเทาอาการปวดทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง — TENS ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดโดยรบกวนสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังสมอง และกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน
  • เสริมสร้างและป้องกันการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ — NMES กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ในผู้ที่มีการเคลื่อนไหวจำกัด เช่น หลังผ่าตัด
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดการอักเสบ
  • ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว — FES ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ เช่น การยืน เดิน หรือใช้มือ โดยเฉพาะผู้ป่วยอัมพาต/อ่อนแรงจากโรคหลอดเลือดสมอง บาดเจ็บไขสันหลัง หรือระบบประสาทส่วนปลาย
  • ลดอาการเกร็งและตะคริวของกล้ามเนื้อ
  • ส่งเสริมการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดหรือบาดเจ็บ

⚠️ ข้อควรระวัง / ไม่เหมาะกับ

  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ บริเวณใกล้ทรวงอก
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดดำอุดตันและหลอดเลือดดำอักเสบ
  • มีเนื้องอก โรคติดเชื้อ
  • มีเหล็กโลหะฝังในกล้ามเนื้อ
  • บริเวณลำตัวของสตรีตั้งครรภ์
Spinal Traction
14

Spinal Traction

การรักษาด้วยเครื่องดึงหลัง

เครื่องดึงหลัง หรือที่เรียกว่า "Spinal Traction" เป็นอุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดที่ใช้แรงดึงเพื่อยืดกระดูกสันหลัง ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการกดทับของกระดูกสันหลัง โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด

จุดประสงค์ / ประโยชน์

  • ช่วยลดแรงกด และเพิ่มช่องว่างให้กับหมอนรองกระดูกสันหลังและเส้นประสาท ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง ปวดคอ หรืออาการชาที่แขนและขา
  • ช่วยยืดคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อหลังและคอ ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ส่งเสริมการฟื้นฟูและลดการอักเสบ
  • สำหรับบางกรณีที่การกดทับไม่มากนัก การใช้เครื่องดึงหลังสามารถช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดได้
Neurological Physiotherapy
15

Neurological Physiotherapy

เทคนิคกายภาพบำบัดทางระบบประสาท

เทคนิคกายภาพบำบัดทางระบบประสาท จะแบ่งเป็น การฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross motor function) ที่ใช้ในการเคลื่อนไหวหลัก เช่น การพลิกตะแคงตัว การลุกยืน การเดิน และการฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ใช้ทำงานละเอียด เช่น การฝึกใช้มือ หยิบสิ่งของ ใส่เสื้อผ้า กินข้าว ป้องกันการสำลัก

🔹 วิธีการ/ ขั้นตอน

  • การเคลื่อนไหวพื้นฐานบนเตียง (Bed mobility)ยกก้น ขยับตัวบนเตียง เปลี่ยนท่านอน พลิกตะแคง ยันตัวลุกขึ้นนั่ง
  • การเคลื่อนย้ายตัว (Ambulation and transfer)ลุกขึ้นยืน ลุกจากเตียงย้ายไปเก้าอี้หรือรถเข็น
  • การฝึกทรงตัว (Balance training)ควบคุมและรักษาสมดุลของร่างกายทั้งในท่านั่งและท่ายืน แบ่งเป็นการทรงตัวขณะอยู่กับที่ (Static balance) และการทรงตัวขณะเคลื่อนที่ (Dynamic balance)
  • การฝึกเดิน (Gait training)ปรับปรุงท่าทางการเดิน ลงน้ำหนัก/ถ่ายเทน้ำหนัก ก้าวเท้า ฝึกเดินขึ้นลงบันได เดินหลบสิ่งกีดขวาง เดินบนพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ ให้เดินอย่างเป็นธรรมชาติ ได้ระยะทางมากขึ้นและปลอดภัย
  • การฝึกใช้มือและกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine motor skill and hand function)ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กบริเวณข้อมือ ฝ่ามือ นิ้วมือ เพื่อควบคุมและเพิ่มความแม่นยำ เช่น เขียนหนังสือ จับช้อน/แก้วน้ำ ติด/ปลดกระดุม รูดซิป
  • การกระตุ้นกลืน (Swallowing training)กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ลำคอ และในช่องปาก กระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ปรับศีรษะและลำตัวขณะกลืน ปรับชนิดอาหารและเครื่องดื่มให้มีความข้นหนืดเหมาะสม เพื่อให้กลืนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการสำลัก
16

Myofascial Release

การยืดคลายกล้ามเนื้อและพังผืด

เมื่อมีการบาดเจ็บ การอักเสบ หรือการผ่าตัด กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืดอาจยึดติดกัน ทำให้เกิดการยึดรั้งขณะเคลื่อนไหวและกระตุ้นอาการปวด เทคนิคนี้ช่วยยืดคลายพังผืดเหล่านั้น

💥 เหมาะกับ

  • ตึงกล้ามเนื้อ เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สุดช่วง เช่น ยกแขนหรือหันคอได้ไม่สุด
17

Mind & Body Integration

การคลายสภาวะทางจิตใจและทางอารมณ์

จิตกับกายมีความเชื่อมโยงกัน การรักษาทางจิตใจจึงมีผลรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับกายได้ เมื่ออารมณ์ทำให้ร่างกายมีปัญหา การรักษาต้องแก้จากสภาวะอารมณ์ที่เป็นสาเหตุ

💥 เหมาะกับ

  • ความเครียด นอนไม่หลับ ไม่สบายตัว หายใจไม่อิ่ม เพลีย ซึมเศร้า ปวดท้องจากกระเพาะอาหาร
18

Brain Therapy

เทคนิคจากสถาบัน Chikly Health Institute

เทคนิคที่เข้าไปรับรู้ถึงสมองแต่ละส่วนและไขสันหลัง ช่วยเพิ่มการไหลเวียน ลดความตึง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของสมองและไขสันหลัง

💥 เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและระบบประสาทส่วนกลาง
🔗 อ่านเพิ่มเติม